- หน้าแรก
- เกี่ยวกับ EEC
- นโยบาย
- นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA Policy)
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(PDPA Policy)
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)
1. บทนำ
สํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (“สกพอ.”) ตระหนักถึงความสำคัญ ของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และเพื่อให้การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้รับความคุ้มครองตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) รวมถึงกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้กำหนดไว้ สกพอ. จึงได้จัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“นโยบาย”) ฉบับนี้ขึ้น เพื่อให้ท่านเชื่อมั่นได้ว่า สกพอ. มีการกำกับดูแลการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผย (รวมเรียกว่า “ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคล โดยจัดให้มีมาตรการการป้องกัน คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่ดำเนินการโดย สกพอ. รวมถึง
ผู้ปฎิบัติงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ผู้ดำเนินการแทนหรือในนามของ สกพอ. ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้อย่างเคร่งครัด
2. ขอบเขตและวัตถุประสงค์ของนโยบาย
นโยบายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์หลักดังต่อไปนี้
- เพื่อเป็นการชี้แจงให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับทราบถึงแนวทางปฏิบัติที่ สกพอ. ใช้ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ในความควบคุมของ สกพอ. นั้น จะมีมาตรการป้องกันและคุ้มครองอย่างเหมาะสมเป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- เพื่อใช้เป็นกรอบในการกำหนดกฎเกณฑ์หรือแนวทางในการกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Procedure and Guideline) และเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมในแต่ละประเภทนั้น จะได้รับความคุ้มครองและได้รับความปลอดภัย
โดยขอบเขตของนโยบายฉบับนี้ ครอบคลุมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทุกประเภทของบุคคลธรรมดาทุกคน ซึ่ง สกพอ. ได้เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ทั้งในฐานะของผู้ควบคุมข้อมูล หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้กำหนดไว้
นอกจากนโยบายนี้แล้ว สกพอ. อาจกำหนดให้มีประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับบริการหรือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในกิจกรรมอื่น ๆ ของ สกพอ. เพื่อชี้แจงให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกประมวลผล วัตถุประสงค์ในการประมวลผล ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับบริการหรือกิจกรรมนั้นเป็นการเฉพาะเจาะจง ในกรณีที่สาระสำคัญของประกาศความเป็นส่วนตัวและนโยบายนี้ขัดแย้งกัน ให้ถือตามความในประกาศความเป็นส่วนตัวของบริการหรือของกิจกรรมนั้น
3. นิยาม
“สกพอ.” หมายถึง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งมีความละเอียดอ่อนตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งกระทำโดย สกพอ. ไม่ว่าจะในฐานะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ได้กำหนดไว้
“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ สกพอ. เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล คำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
4. ประเภทและข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
สกพอ. จะเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวิธีการโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมเท่าที่จำเป็นภายในขอบเขตของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีวัตถุประสงค์และขอบเขตเพื่อการดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์ของ สกพอ. เท่านั้น ทั้งนี้ สกพอ. จะดำเนินการให้เจ้าของข้อมูลรับรู้ และให้ความยินยอมเป็นหนังสือ หรือให้ความยินยอมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้กำหนดไว้ เว้นแต่การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจะเข้าข้อยกเว้นตามที่ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้กำหนดไว้ แล้วแต่กรณี
4.1 ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการจัดเก็บ
ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ สกพอ. อาจเก็บรวบรวมจะขึ้นอยู่กับลักษณะของกิจกรรม สถานที่ รวมถึงวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มบุคคล ดังนี้
- คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานภายใต้ กพอ. หรือคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานภายใต้ สกพอ.
- เลขาธิการ รองเลขาธิการ ผู้ช่วยเลขาธิการ ที่ปรึกษาพิเศษ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นในระดับเดียวกันหรือเทียบเท่าตำแหน่งดังกล่าวของ สกพอ.
- ผู้ปฏิบัติงาน พนักงาน และลูกจ้างของ สกพอ.
- ผู้ประกอบการ นักลงทุน หรือผู้ที่ทำนิติกรรมสัญญาในเรื่องต่าง ๆ กับ สกพอ.
- ผู้มาติดต่อและใช้บริการระบบบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร (EEC OSS)
- เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ภาคีเครือข่าย
- เจ้าของข้อมูลส่วนของบุคคลภายนอก
- เจ้าหน้าที่ของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการดำเนินกิจการของ สกพอ.
- ประชาชนทั่วไปซึ่งมีการติดต่อเพื่อดำเนินกิจกรรมใด ๆ กับ สกพอ.
โดยประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ สกพอ. จะจัดเก็บนั้น อาจรวมถึงข้อมูลประเภทต่าง ๆ ดังนี้
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล | รายละเอียดและตัวอย่าง |
|---|---|
ข้อมูลส่วนตัวทั่วไป |
|
ข้อมูลสำหรับการติดต่อ |
|
ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานและการศึกษา |
|
ข้อมูลทางการเงิน |
|
ข้อมูลทางเทคนิค ข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ |
|
ข้อมูลตามภารกิจของ สกพอ. |
|
ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย |
|
ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว | ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งมีความละเอียดอ่อนตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ เช่น
|
4.2 แหล่งที่มาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
สกพอ. จะเก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ จากแหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้
- ข้อมูลส่วนบุคคลที่ สกพอ. เก็บรวบรวมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงในการติดต่อหรือดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านช่องทางให้บริการต่าง ๆ เช่น การสมัครใช้บริการ การลงทะเบียน การลงนามในสัญญา การสมัครงาน การแจ้งเรื่องร้องเรียน เหตุขัดข้องในการใช้บริการ หรือข้อซักถามเกี่ยวกับบริการที่อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ สกพอ.
- ข้อมูลที่ สกพอ. เก็บรวบรวมจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใช้งานเว็บไซต์ หรือบริการตามสัญญาหรือตามอำนาจหน้าที่ของ สกพอ. เช่น การติดตามพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์หรือบริการของ สกพอ. ที่ใช้คุกกี้ (Cookies) หรือจากซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
- ข้อมูลส่วนบุคคลที่ สกพอ. เก็บรวบรวมจากแหล่งอื่นนอกจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดย สกพอ. มีอำนาจหรือหน้าที่ตามกฎหมายหรือได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแล้วในการเปิดเผยข้อมูลแก่ สกพอ. เช่น การเชื่อมโยงบริการดิจิทัลของหน่วยงานของรัฐในการให้บริการเพื่อประโยชน์สาธารณะแบบเบ็ดเสร็จแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเอง รวมถึงจากความจำเป็นเพื่อให้บริการตามสัญญาที่อาจมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลกับหน่วยงานคู่สัญญาได้
นอกจากนี้ ยังหมายความรวมถึงกรณีที่ผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกแก่ สกพอ. โดยมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งรายละเอียดตามนโยบายนี้ หรือประกาศความเป็นส่วนตัวของบริการ หรือกิจกรรมนั้น ๆ รวมทั้งเงื่อนไขและข้อกำหนดการใช้บริการ (ถ้ามี) ให้บุคคลดังกล่าวทราบ ตลอดจนขอความยินยอมจากบุคคลนั้นหากเป็นกรณีที่ต้องได้รับความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลแก่ สกพอ.
ในกรณีที่ สกพอ. มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือเพื่อความจำเป็นในการเข้าทำสัญญา หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธการให้ข้อมูลตามที่ สกพอ. ร้องขอได้ การไม่ให้ข้อมูลที่มีความจำเป็นในการให้บริการของ สกพอ. ดังกล่าว อาจส่งผลให้ สกพอ. ไม่สามารถเข้าทำสัญญา ข้อผูกพัน ให้สวัสดิการ ให้หรือรับสินค้า หรือบริการใด ๆ แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา หรือเงื่อนไขและข้อกำหนดใด ๆ ที่ต้องปฏิบัติได้
5. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
สกพอ. มีหน้าที่และอำนาจในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สกพอ. จะเก็บรวมรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์ของท่านกับ สกพอ. หรือกิจกรรมที่ท่านใช้บริการ
- เพื่อดำเนินการตามที่จำเป็นในการดำเนินประโยชน์สาธารณะที่ สกพอ. ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วง หรือเป็นการรจำเป็นเพื่อใช้อำนาจทางกฎหมายที่ สกพอ. มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการตามพันธกิจ
- เพื่อเข้าใช้บริการ EEC OSS รวมถึงการสมัคและลงทะเบียนเพื่อขอรับบัญชีผู้ใช้งาน
- เพื่อการดำเนินการทางธุรกรรมของ สกพอ.
- เพื่อควบคุมดูแล ใช้งาน ติดตาม ตรวจสอบและบริหารจัดการเพื่ออำนวยความสะดวก
- เพื่อเก็บรักษาและปรับปรุงข้อมูล รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- เพื่อจัดทำฐานข้อมูลผู้ประกอบการ นักลงทุน การติดต่อสื่อสาร
- เพื่อจัดทำบันทึกรายการการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด
- เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับบริการของ สกพอ.
- ประชาสัมพันธ์กิจกรรมและข้อมูลข่าวสาร เชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของ สกพอ.
- เพื่อดำเนินการตามที่จำเป็นในการบริหารจัดการภายในองค์กร รวมถึงการรับสมัครงาน การสรรหากรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ การประเมินคุณสมบัติ
- ป้องกัน ตรวจจับ หลีกเลี่ยง และตรวจสอบการฉ้อโกง การละเมิดความปลอดภัย หรือการกระทำที่ต้องห้าม หรือผิดกฎหมาย และอาจเกิดความเสียหายต่อทั้ง สกพอ. และเจ้าของข้อมูล
- เพื่อการยืนยันตัวตน พิสูจน์ตัวตนและตรวจสอบข้อมูลเมื่อมีการสมัครใช้บริการของ สกพอ. หรือติดต่อใช้บริการ หรือใช้สิทธิตามกฎหมาย
- ส่งการแจ้งเตือน การยืนยันการทำคำสั่ง ติดต่อสื่อสารและแจ้งข่าวสาร
- เพื่อจัดทำและส่งมอบเอกสารหรือข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องและจำเป็น
- เพื่อตรวจสอบการลงทะเบียน ประสานงาน การเข้าร่วมงาน เข้าร่วมกิจกรรมกับ สกพอ.
- ดำเนินการตามที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของ สกพอ. หรือของบุคคลอื่น หรือของนิติบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการการดำเนินการของ สกพอ.
สกพอ. จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินการเก็บรวบรวม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ สกพอ. ตามหลักเกณฑ์ดังนี้
1.ความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
2.หากไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สกพอ. สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามข้อยกเว้นดังนี้
- เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของ สกพอ.
- เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของ สกพอ. เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล
- เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของ สกพอ.
ในกรณีที่ สกพอ. มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือเพื่อความจำเป็นในการเข้าทำสัญญา หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลหรือคัดค้านการดำเนินการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ของกิจกรรม อาจมีผลทำให้ สกพอ. ไม่สามารถดำเนินการหรือให้บริการตามที่ท่านร้องขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน
6. หลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สำนักงานจะปฏิบัติตามหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้
- หลักความชอบด้วยกฎหมาย เป็นธรรม และโปร่งใส (Lawfulness, Fairness and Transparency) การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปโดยมีฐานทางกฎหมาย มีการแจ้งวัตถุประสงค์ ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรักษา
- หลักการจำกัดวัตถุประสงค์ (Purpose Limitation) การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่แตกต่างจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้จะกระทำไม่ได้ เว้นแต่ ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ และได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแล้วหรือกฎหมายบัญญัติให้กระทำได้
- หลักการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น (Data Minimization) การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย
- หลักการถูกต้องครบถ้วน (Accuracy) การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีความครบถ้วน ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- หลักการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัดระยะเวลา (Storage Limitation) การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีการกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล และดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อพ้นระยะเวลาเก็บรักษาหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ยกเว้นกรณีที่มีกฎหมายกำหนด
- หลักการรักษาความถูกต้องครบถ้วนและการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล (Integrity and Confidentiality) การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไขหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
- ให้มีการกำหนดแนวปฏิบัติและกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายนี้และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนนโยบายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- สนับสนุน และส่งเสริมให้บุคลากรของ สกพอ. มีความรู้ความเข้าใจ ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอ และจัดให้มีการฝึกอบรม เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามนโยบายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ
- ให้มีการแจ้งผู้ใช้บริการหรือผู้ที่มีการติดต่อกับสำนักงานให้ทราบว่า เหตุใดสำนักงานต้องมีการประมวลผลข้อมูลของผู้ใช้บริการหรือผู้ที่มาติดต่อกับสำนักงาน รวมถึงสำนักงานจะมีการแบ่งปันหรือเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้กับใครบ้าง ผ่านทางประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) และประกาศการใช้คุกกี้ (Cookie Notice) ที่ชัดเจน
- ในกรณีที่ต้องมีการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การขอความยินยอมดังกล่าวต้องชัดแจ้ง มีการใช้ถ้อยคำที่ชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้งใช้ภาษาที่อ่านง่าย
- ให้มีการกำหนดกระบวนการ และผู้รับผิดชอบในการดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบ การสืบสวนสอบสวน และการจัดทำรายงานภายในสำนักงาน กรณีมีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
- ให้มีการจัดทำข้อตกลงหรือสัญญาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล กรณีที่สำนักงานมีการว่าจ้างหรือมอบหมายให้บุคคลภายนอกมาดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงาน
- บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 39 กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้เจ้าของข้อมูลและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตรวจสอบได้ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูล เป็นต้น และให้มีการทบทวน ตรวจสอบรายการบันทึกดังกล่าว อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
7. การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
สกพอ. จะไม่ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่นโดยปราศจากความยินยอมของเจ้าของข้อมูล และจะเปิดเผยตามวัตถุประสงค์ที่ได้มีการแจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อนหรือในขณะที่เก็บรวบรวม เว้นแต่ในกรณีที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ กำหนด และกรณีที่มีการร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย
กรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจัดส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศนั้น ประเทศปลายทางที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ เว้นแต่
- เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
- ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางแล้ว
ทั้งนี้ในกรณีที่มีการส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ สกพอ.จะจัดให้มีมาตรการควบคุมเพื่อให้มั่นใจว่าประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ และจะแจ้งถึงความเสี่ยงต่าง ๆ ให้แก่เจ้าของข้อมูลได้รับทราบก่อนการส่งต่อ
นอกจากนี้ สกพอ. อาจมีการมอบหมายหรือจัดซื้อจัดจ้างบุคคลที่สาม (ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) ให้ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของ สกพอ. ซึ่งบุคคลที่สามดังกล่าวอาจเสนอบริการในลักษณะต่าง ๆ เช่น การเป็นผู้ดูแล (Hosting) รับงานบริการช่วง (Outsourcing) หรือเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud computing service/provider) หรือเป็นงานลักษณะการจ้างทำของในรูปแบบอื่น การมอบหมายให้บุคคลที่สามทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น สกพอ. จะจัดให้มีข้อตกลงระบุสิทธิและหน้าที่ของ สกพอ. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและของบุคคลที่ สกพอ. มอบหมายในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงกำหนดรายละเอียดประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่ สกพอ. มอบหมายให้ประมวลผล รวมถึงวัตถุประสงค์ ขอบเขตในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและข้อตกลงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามขอบเขตที่ระบุในข้อตกลงและตามคำสั่งของ สกพอ. เท่านั้นโดยไม่สามารถประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้
8. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
สกพอ. จะกำหนดมาตรการการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล รวมถึงมาตรการด้านการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ กฎหมาย และแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่พนักงานของ สกพอ. และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีประสิทธิภาพและปลอดภัยตามมาตรฐานที่ กฎหมายกําหนด
9. ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
สกพอ.จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในระยะเวลาเท่าที่ข้อมูลนั้นยังมีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเท่านั้น ตามรายละเอียดที่ได้กำหนดไว้ในนโยบาย ประกาศหรือตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ เมื่อพ้นระยะเวลาและข้อมูลส่วนบุคคลที่นำมาประมวลผลนั้นสิ้นความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวแล้ว สกพอ. จะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ ตามรูปแบบและมาตรฐานการลบ ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายจะได้ประกาศกำหนดหรือตามมาตรฐานสากล อย่างไรก็ดี ในกรณีที่มีข้อพิพาทการใช้สิทธิหรือคดีความอันเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สกพอ. ขอสงวนสิทธิในการเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปจนกว่าข้อพิพาทนั้นจะได้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด
10.สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกําหนดดังต่อไปนี้
- สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล ขอรับสำเนา หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้ให้ความยินยอม
- สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
- สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม
- สิทธิในการขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิในการร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การเรียกร้องตามสิทธิดังกล่าวจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ความยินยอมโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงไม่ขัดต่อการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายอื่นใดที่ สกพอ. จำเป็นต้องปฏิบัติตาม
11. ช่องทางการติดต่อสอบถามและใช้สิทธิ
หากท่านมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ หรือ ประสงค์ที่ใช้สิทธิตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อสอบถามได้ที่
- อีเมล: pdpa@eeco.or.th
- เว็บไซต์: https://eeco.or.th
- โทรศัพท์: 02-033-8000
- สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เลขที่ 72 อาคารโทรคมนาคม บางรัก ชั้น 25 ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
12. การทบทวนและปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สกพอ. จะทบทวนและปรับปรุงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ตามความจำเป็นและความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะจากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อพัฒนากระบวนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ สกพอ. ให้สอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงาน และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม โดย สกพอ.จะประกาศแจ้งให้ทราบ
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)
สำหรับระบบบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร (EEC OSS)
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ต่อไปนี้เรียกว่า “สกพอ.” หรือ “เรา” หรือ “ของเรา”) ตระหนักและให้ความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มาติดต่อและใช้บริการ (“ท่าน”) ระบบบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร หรือ EEC OSS (“EEC OSS”) โดยเราจะดูแลและบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และโดยประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวนี้ (“ประกาศ”) จะแจ้งให้ท่านทราบถึงวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และปกป้องดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ สกพอ. ได้ดำเนินการในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล เราขอแนะนำให้ท่านอ่านและทำความเข้าใจประกาศนี้ก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับเรา หากท่านมีข้อกังวล ข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกาศนี้ตลอดจนถึงประกาศและนโยบายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โปรดติดต่อเราตามช่องทางการติดต่อที่ปรากฏท้ายประกาศนี้
ประกาศความเป็นส่วนตัวนี้มีผลใช้บังคับครอบคลุมเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ ผู้มาติดต่อและใช้บริการระบบบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร (EEC OSS) เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตลอดจนสิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้
1. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ข้อมูลส่วนบุคคล คือ ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ เช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ วันเดือนปีเกิด รหัสส่วนตัว รูปภาพ หรือวีดีโอที่บันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV) เป็นต้น โดยทั่วไปเราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากการที่ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลนั้นกับเราโดยตรงผ่านระบบ EEC OSS หรือให้ข้อมูลผ่านอีเมล หรือช่องทางอื่นๆ ที่กำหนดขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกท่านในการขอรับบริการ เว้นแต่บางกรณีเราอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบุคคลที่สาม โดยเราเชื่อโดยสุจริตว่าบุคคลที่สามดังกล่าวมีสิทธิเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและเปิดเผยกับเรา และเราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น และใช้ข้อมูลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นดำเนินการตามข้อกำหนดของกฎหมายที่ให้ สกพอ. ต้องจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ ในกรณีที่ท่านมีการติดต่อหรือใช้บริการระบบ EEC OSS เรามีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งกำหนดให้ สกพอ. ต้องเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านจากการเข้าใช้งานดังกล่าว เช่น หมายเลข IP Address เป็นต้น นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน เราอาจมีการใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติในการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานของท่าน ซึ่งอาจรวมถึง คุกกี้ และเทคโนโลยีการติดตามอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน โดยเราขอเรียกรวมกันว่า “คุกกี้ (Cookie)” ซึ่งท่านสามารถอ่านรายละเอียดการใช้คุ้กกี้ได้ที่ ประกาศเกี่ยวกับคุ้กกี้ (Cookie Notice)
ข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data) ด้วยกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้มีการกำหนดข้อมูลบางประเภทให้เป็นข้อมูลอ่อนไหว เช่น เชื้อชาติ ศาสนา พฤติกรรมทางเพศ ความคิดเห็นทางการเมือง ความพิการ ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ ข้อมูลสุขภาพ เป็นต้น และการเก็บรวบรวมจะทำได้ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึงอาจต้องได้รับความยินยอมจากท่าน ดังนั้น เราจะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลอ่อนไหวเฉพาะในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น และเราจะแจ้งให้ท่านทราบอย่างชัดแจ้งถึงเหตุผลความจำเป็น รวมถึงอาจดำเนินการขอความยินยอมจากท่านเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลอ่อนไหวดังกล่าวในบางกรณี
สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เราอาจมีการเก็บรวบรวม จากการใช้บริการระบบ EEC OSS มีดังต่อไปนี้ โดยแต่ละบริการอาจมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่แตกต่างกันตามความจำเป็นในการให้บริการแต่ละกรณี
- ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ ชื่อกลาง นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง ภาพถ่าย เป็นต้น
- ข้อมูลการติดต่อ เช่น อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ ช่องทางติดต่อในสื่อสังคมออนไลน์ สถานที่ทำงาน เป็นต้น
- ข้อมูลเกี่ยวกับงานของท่าน เช่น อาชีพ ตำแหน่ง หน่วยงานต้นสังกัด ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ เป็นต้น
- ข้อมูลด้านเทคนิคและการใช้ข้อมูล เช่น IP Address ในกรณีที่ท่านเข้ารับบริการผ่านระบบออนไลน์ของ สกพอ. เป็นต้น
- ข้อมูลการใช้งานระบบ เช่น ข้อมูลการทำรายการ ข้อมูลการติดต่อและขอรับบริการระหว่างท่านกับ สกพอ. ข้อมูลที่ถูกบันทึกโดยคุกกี้ เป็นต้น
- ข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ที่ท่านให้ สกพอ. ด้วยความสมัครใจ
2. วัตถุประสงค์เพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
เราอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- เข้าใช้บริการ EEC OSS รวมถึงการสมัครและลงทะเบียนเพื่อขอรับบัญชีผู้ใช้งาน เพื่อนำไปใช้ในการยืนยันตัวตนสำหรับการขอรับบริการขอรับสิทธิประโยชน์ การอนุมัติ อนุญาตต่าง ๆ
- การตรวจประเมินและพิจารณาคำขอรับบริการจากท่าน รวมถึงการออกเอกสาร หลักฐานในการอนุมัติ อนุญาตต่างๆ
- ติดต่อ ประสานงาน หรือดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามคำขอรับบริการ หรือตามข้อร้องเรียนของท่าน รวมถึงติดต่อกลับไปยังท่านเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งความคืบหน้าการดำเนินงาน (ถ้ามี)
- ให้เราสามารถให้ความช่วยเหลือ ตอบข้อซักถามหรือข้อร้องเรียนของท่าน
- วิเคราะห์ข้อมูล และศึกษาพฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้บริการ รวมถึงการสอบถามข้อคิดเห็น ความพึงพอใจของท่าน เพื่อการวิจัย การทำการตลาด และนำไปพัฒนาปรับปรุงการให้บริการ EEC OSS และกิจกรรมส่งเสริมต่าง ๆ เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นในการเข้าใช้บริการ
- วิจัย และสำรวจข้อมูล ข้อคิดเห็นจากผู้ใช้งานเกี่ยวกับบริการ
- ประชาสัมพันธ์กิจกรรมและข้อมูลข่าวสารของเราให้กับท่านทราบ ตลอดจนเชิญท่านเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของเรา
- ดูแลให้เกิดความปลอดภัยในการใช้บริการ โดยเราอาจมีการตรวจสอบข้อมูลที่เก็บรวบรวม เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการทุจริต อาชญากรรมและการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือใช้บริการในทางมิชอบ
- ปฏิบัติการตามหน้าที่ที่กฎหมายของ สกพอ. หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้ สกพอ. ต้องปฏิบัติ
3. ฐานกฎหมายในการเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้น เราจะดำเนินการเท่าที่จำเป็นและเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งได้ได้กำหนดหลักการและเหตุผลทางกฎหมายไว้หลายประการตามสถานการณ์ที่แตกต่างกัน โดยอนุญาตให้ สกพอ. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายนี้สามารถดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้
ทั้งนี้ ในการให้บริการ EEC OSS เราจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้ฐานทางกฎหมาย ดังนี้
- เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านได้เข้าผูกพันกับ สกพอ. หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญากับ สกพอ. (Contract)
- เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของ สกพอ. หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ สกพอ. (Public Task / Official Authority)
- เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของ สกพอ. หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (Legitimate Interests)
- เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (Legal Obligation)
- ให้ความยินยอมกับสำนักงาน (Consent)
ข้อมูลส่วนบุคคลที่ สกพอ. เก็บรวบรวมอันเนื่องมาจากความจำเป็นในการปฏิบัติสัญญา หรือการปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ นั้น หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นดังกล่าว สกพอ. อาจไม่สามารถให้บริการหรืออำนวยความสะดวกให้กับท่านได้
4. สกพอ. มีการเปิดเผยข้อมูลของท่านกับใครบ้าง
เราจะไม่เผยแพร่ จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน โอนหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ของท่านที่เราได้เก็บรวบรวมไว้ให้แก่บุคคลภายนอก เว้นแต่เป็นการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ หรือเมื่อได้รับการร้องขอหรือได้รับความยินยอมจากท่าน หรือภายใต้บางสถานการณ์ที่อาจมีความจำเป็นต้องส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานภายนอกเพื่อประมวลผลข้อมูลตามหน้าที่และความรับผิดชอบตามสัญญาหรือตามกฎหมาย ดังนี้
4.1 ภายใน สกพอ.
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจมีการเปิดเผยหรือนำส่ง ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ภายใน สกพอ. เฉพาะที่เกี่ยวข้องและมีบทบาทหน้าที่เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์เท่านั้น โดยบุคคลหรือทีมงานเหล่านี้ของ สกพอ. จะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามความจำเป็นและเหมาะสม ได้แก่ เจ้าหน้าที่เฉพาะที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทหน้าที่ที่รับผิดชอบ
4.2 ภายนอก สกพอ.
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจมีการเปิดเผย หรือนำส่งให้หน่วยงานภายนอก สกพอ. ดังต่อไปนี้
- เป็นการเปิดเผยข้อมูลกับหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบตามกฎหมายและเกี่ยวข้องกับการพิจารณา อนุมัติ อนุญาตคำขอรับบริการของท่าน ซึ่งคำขอรับบริการของท่านนั้น สกพอ. จะต้องตรวจสอบ ประเมิน พิจารณา และอนุมัติหรืออนุญาตร่วมกับหน่วยงานของรัฐดังกล่าว หรือต้องมีการส่งต่อให้หน่วยงานของรัฐดังกล่าวตรวจสอบ ประเมิน พิจารณา และอนุมัติหรืออนุญาต
- เป็นการเปิดเผยข้อมูลกับบุคคลภายนอกที่มีการเชื่อมต่อการให้บริการต่าง ๆ กับระบบ EEC OSS เช่น ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตน เป็นต้น
- ผู้รับมอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจช่วง ตัวแทน หรือผู้แทนโดยชอบธรรมของท่านที่มีอำนาจตามกฎหมายโดยชอบ
- เป็นการเปิดเผยข้อมูลกับหน่วยงานหรือบุคคลที่ทำงานในนามหรือทำงานให้ สกพอ. ในฐานะเป็นผู้ประมวลผลข้อมูล โดยมีการจัดทำข้อตกลงหรือสัญญาการประมวลผลข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่าหน่วยงานหรือบุคคลดังกล่าวจะมีการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเช่นเดียวกับ สกพอ.
- กรณีที่เราเชื่อโดยสุจริตว่าเป็นข้อบังคับทางกฎหมาย หรือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นการดำเนินการตามหมายศาล คำสั่งศาล หรือกระบวนการยุติธรรม
- กรณีที่เราเชื่อโดยสุจริตและมีเหตุผลที่ดีที่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เราเห็นว่าสำคัญยิ่งกว่าการปกป้องความเป็นส่วนตัวของท่าน และไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ได้แก่
- เพื่อการสืบสวน สอบสวน และระงับเหตุอาชญากรรม การทุจริต การฉ้อโกง หรือ
- เพื่อป้องกันหรือรับมือกับภัยคุกคามตลอดจนการกระทำที่อาจสร้างความเสียหายต่อสิทธิ ทรัพย์สิน หรือความปลอดภัยของสาธารณะ รวมถึงของ สกพอ. และผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือ
- เพื่อป้องกันหรือรับมือการกระทำที่ละเมิดต่อข้อตกลงการใช้บริการของเรา หรือต่อกฎหมาย
ในกรณีที่เรามีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางกายภาพของท่าน หรือเห็นว่าเราต้องดำเนินการบางอย่างเพื่อปกป้องท่านจากภัยคุกคามหรือการกระทำใดๆ ที่อาจทำให้ท่านเสียหาย เราจะหารือกับท่าน และถ้าเป็นไปได้ เราจะขออนุญาตท่านในการแจ้งสถานการณ์ที่ท่านประสบอยู่กับบุคคลอื่นที่จำเป็นต้องทราบ ก่อนการดำเนินการนั้น
หากมีกรณีดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้น เราจะมีการบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่า ข้อมูลใดที่เรามีการเปิดเผยภายใต้เหตุผลและสถานการณ์ใด เพื่อท่านสามารถทราบได้ว่า เราได้มีการดำเนินการอะไรไปเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
5. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลมีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเราให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลในการดำเนินการตามสิทธิเหล่านั้น ดังนี้
- สิทธิในการได้รับแจ้ง เราจะมีการแจ้ง “ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)” ที่มีรายละเอียดวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยที่ชัดเจน
- สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ท่านสามารถขอเพิกถอนความยินยอมที่เคยให้ สกพอ. ไว้ ได้ทุกเมื่อ
- สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล ขอรับสำเนา หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้ให้ความยินยอม
- สิทธิในการแก้ไขข้อมูล ท่านสามารถขอปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้องได้ เพื่อให้ข้อมูลดังกล่าวมีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิในการขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่ระบบข้อมูลของเรารองรับการอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานอัตโนมัติ และสามารถใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ ท่านสามารถขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ รวมถึงขอให้มีการโอนถ่ายข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลอื่นโดยอัตโนมัติได้ และขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการส่งหรือโอนดังกล่าวได้
- สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูล
- สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิในการร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้ ในบางกรณีเราอาจปฏิเสธคำขอใช้สิทธิข้างต้นได้ หากมีเหตุอันชอบธรรมด้วยกฎหมาย หรือเป็นการดำเนินการใด ๆ เพื่อวัตถุประสงค์หรือเป็นกรณีที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือเป็นกรณีที่อาจส่งผลกระทบและก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิหรือเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลหรือบุคคลอื่น หรือพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกทำให้ไม่ปรากฏชื่อหรือสิ่งบอกลักษณะอันสามารถระบุตัวท่านได้
หากท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล หรือผู้สืบสิทธิ์ทายาท หรือผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ตามกฎหมาย แล้วแต่กรณี มีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิดังกล่าว ท่านสามารถติดต่อเราได้ตามช่องทางติดต่อด้านล่าง ซึ่งเราอาจมีการบันทึกหลักฐานการขอใช้สิทธิดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานด้วย
6. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
เราตระหนักถึงความไว้วางใจของท่านที่ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญกับเรา และโดยกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ สกพอ. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรการและการจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่า ข้อมูลเหล่านั้นจะได้รับการปกป้องดูแล และพร้อมให้เจ้าของข้อมูลเข้าถึงและตรวจสอบ
ทั้งนี้ เราได้มีการดำเนินมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้นโยบายและแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Policy) ของ สกพอ. เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือมีการเข้าถึง ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต
7. การจัดเก็บและโอนข้อมูล
เรามีการจัดเก็บ ใช้และประมวลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบนระบบคลาวด์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การโอนข้อมูลดังกล่าวเพื่อจัดเก็บหรือประมวลผลในบางกรณีอาจมีความจำเป็นต้องดำเนินการข้ามพื้นที่หรือข้ามประเทศ หรือมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการให้บริการแก่ท่าน โดยเราจะมีการตรวจสอบเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าการโอนข้อมูลเป็นไปอย่างปลอดภัย และผู้รับโอนข้อมูลมีมาตรการป้องกันและคุ้มครองข้อมูลที่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด และการดำเนินการส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยังต่างประเทศที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด เว้นแต่กรณี เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดให้ สกพอ. ต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ หรือเราได้แจ้งให้ท่านทราบและได้รับความยินยอมจากท่านในกรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอ ทั้งนี้ ตามประกาศรายชื่อประเทศที่คณะกรรมการคุ้มครองส่วนบุคคลประกาศกำหนด
8. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่ข้อมูลนั้นยังมีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล และตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น โดยข้อมูลส่วนบุคคลในบัญชีสมาชิกและในการขอรับบริการต่างๆ จะถูกเก็บไว้ตลอดระยะเวลาที่ท่านเป็นสมาชิก และอีกไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่บัญชีสมาชิกได้ถูกยกเลิก และเราจะมีการลบบัญชีสมาชิกของท่านอย่างถาวร เพื่อไม่สามารถกู้คืนข้อมูลในบัญชีสมาชิกของท่านได้
อย่างไรก็ดี เราอาจจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกินระยะเวลาที่กำหนดข้างต้น หากมีเหตุที่เราได้รับแจ้งหรือเชื่อโดยสุจริตได้ว่าอาจมีการกระทำละเมิดข้อตกลงการใช้บริการของ สกพอ. หรือมีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย หรือเกิดข้อพิพาท และจำเป็นต้องมีการสืบสวน สอบสวน ตลอดจนรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเราจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามระยะเวลาเท่าที่จำเป็นจนกว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้น หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นกำหนด
ทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เราจะดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้
9. การทบทวนและปรับปรุงประกาศ
เราอาจมีปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงประกาศนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อหาจะมีความเหมาะสม เป็นปัจจุบัน และสอดคล้องตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากเรามีการปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงประกาศนี้ เราจะแสดงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับปรับปรุงล่าสุด และจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางต่างๆ ตามความเหมาะสม เราขอแนะนำให้ท่านโปรดเข้ามาอ่านและตรวจสอบประกาศนี้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนที่ท่านจะส่งข้อมูลส่วนบุคคลผ่านบริการของเรา
10. ติดต่อสอบถาม
หากท่านมีข้อสงสัย หรือเสนอแนะข้อคิดเห็น ข้อติชม หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดในประกาศนี้ หรือประสงค์ที่ใช้สิทธิตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อเรา ได้ที่
ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)
- อีเมล: pdpa@eeco.or.th
- โทรศัพท์: +66 2033 8000
หรือติดต่อการให้บริการระบบ
- สำนักบริการการลงทุน
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) จังหวัดชลบุรี
อาคารนววิทย์บูรพาวณิชย์ มหาวิทยาลัยบูรพา
169 ถนนลงหาดบางแสน ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี ชลบุรี 20131
วันและเวลาทำการ: จันทร์ – ศุกร์ 09:00 – 17:00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์
- โทรศัพท์: +66 2033 8000 ต่อ 4071-4073 เวลาทำการ: จันทร์ – ศุกร์ 09:00 – 17:00 น.
- อีเมล: eec-oss@eeco.or.th
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)
สำหรับคณะกรรมการ ผู้บริหาร ผู้ปฎิบัติงาน และผู้สมัครงาน
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ต่อไปนี้เรียกว่า “สกพอ.” หรือ “เรา” หรือ “ของเรา”) ตระหนักและให้ความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคณะกรรมการ ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน และผู้สมัครงาน (“ท่าน”) โดยเราจะดูแลและบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และโดยประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวนี้ (“ประกาศ”) จะแจ้งให้ท่านทราบถึงวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และปกป้องดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ สกพอ. ได้ดำเนินการในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล เราขอแนะนำให้ท่านอ่านและทำความเข้าใจประกาศนี้ก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับเรา หากท่านมีข้อกังวล ข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกาศนี้ตลอดจนถึงประกาศและนโยบายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โปรดติดต่อเราตามช่องทางการติดต่อที่ปรากฏท้ายประกาศนี้
ประกาศความเป็นส่วนตัวนี้มีผลใช้บังคับครอบคลุมเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้
1.คณะกรรมการ ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงาน ได้แก่
1.1 “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการเฉพาะกิจ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก คณะกรรมการอื่น และคณะอนุกรรมการ ตามกฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
1.2 “ผู้บริหาร” หมายความว่า เลขาธิการ รองเลขาธิการ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ที่ปรึกษาพิเศษ ผู้ตรวจสอบภายใน ผู้ช่วยเลขาธิการ และผู้บริหารกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ตามกฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
1.3 “ผู้ปฏิบัติงาน” หมายความว่า พนักงานและลูกจ้างของ สกพอ.
2.ผู้สมัครงาน
เราจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตลอดจนสิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้
1. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ข้อมูลส่วนบุคคล คือ ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ เช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ วันเดือนปีเกิด รหัสส่วนตัว รูปภาพ หรือวีดีโอที่บันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV) เป็นต้น โดยทั่วไปเราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากการที่ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลนั้นกับเราโดยตรงผ่านกระบวนการ โดยกรอกลงในแบบฟอร์ม เอกสาร หรือ online webform หรือให้ข้อมูลผ่านอีเมล หรือช่องทางอื่นๆ ที่กำหนดขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกท่านในการขอรับบริการ เว้นแต่บางกรณีเราอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบุคคลที่สาม โดยเราเชื่อโดยสุจริตว่าบุคคลที่สามดังกล่าวมีสิทธิเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและเปิดเผยกับเรา และเราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น และใช้ข้อมูลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นดำเนินการตามข้อกำหนดของกฎหมายที่ให้ สกพอ. ต้องจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว
ข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data) ด้วยกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้มีการกำหนดข้อมูลบางประเภทให้เป็นข้อมูลอ่อนไหว เช่น เชื้อชาติ ศาสนา พฤติกรรมทางเพศ ความคิดเห็นทางการเมือง ความพิการ ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ ข้อมูลสุขภาพ เป็นต้น และการเก็บรวบรวมจะทำได้ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึงอาจต้องได้รับความยินยอมจากท่าน ดังนั้น เราจะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลอ่อนไหวเฉพาะในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น และเราจะแจ้งให้ท่านทราบอย่างชัดแจ้งถึงเหตุผลความจำเป็น รวมถึงอาจดำเนินการขอความยินยอมจากท่านเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลอ่อนไหวดังกล่าวในบางกรณี
สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เราอาจมีการเก็บรวบรวม จากการติดต่อตามกระบวนการ มีดังต่อไปนี้ โดยแต่ละบริการอาจมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่แตกต่างกันตามความจำเป็นในการให้บริการแต่ละกรณี
- ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ ชื่อกลาง นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง ภาพถ่าย เป็นต้น
- ข้อมูลการติดต่อ เช่น อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ ช่องทางติดต่อในสื่อสังคมออนไลน์ สถานที่ทำงาน เป็นต้น
- ข้อมูลเกี่ยวกับงานของท่าน เช่น อาชีพ ตำแหน่ง หน่วยงานต้นสังกัด ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ เป็นต้น
- ข้อมูลประวัติ เช่น สถานะสมรส สถานะการรับราชการทหาร สัญชาติ วันเดือนปีเกิด เพศ เป็นต้น
- ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษา เช่น ระดับการศึกษา ประวัติการศึกษาและการเข้าร่วมฝึกอบรม เป็นต้น
- ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน เช่น ตำแหน่งงาน ผู้จัดการสายงาน สิทธิประโยชน์และข้อมูลสิทธิที่พึงได้ วันที่เริ่มงาน บันทึกการขาดงาน/การบันทึกเวลา/การลาประจำปี เป็นต้น
- ข้อมูลด้านเทคนิคและการใช้ข้อมูล เช่น IP Address ในกรณีที่ท่านเข้ารับบริการผ่านระบบออนไลน์ของ สกพอ. เป็นต้น
- ข้อมูลการใช้งานระบบ เช่น ข้อมูลการทำรายการ ข้อมูลการติดต่อและขอรับบริการระหว่างท่านกับ สกพอ. ข้อมูลที่ถูกบันทึกโดยคุกกี้ เป็นต้น
- ข้อมูลเกี่ยวกับการเงิน เช่น ข้อมูลบัญชีธนาคาร ข้อมูลเลขที่บัญชีธนาคาร เป็นต้น
- เอกสารหลักฐาน เช่น ใบแสดงผลการเรียน เป็นต้น
- ข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ที่ท่านให้ สกพอ. ด้วยความสมัครใจ
นอกจากนี้ สกพอ. อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวในบางกรณี เช่น
- ข้อมูลสุขภาพ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ ความปลอดภัยและการรายงานผลทดสอบยาเสพติด ใบรับรองแพทย์ เป็นต้น
- ข้อมูลชีวมิติ เช่น ลายนิ้วมือ การจดจำใบหน้า เป็นต้น
- ข้อมูลประวัติ เช่น ประวัติอาชญากรรม เป็นต้น
2. วัตถุประสงค์เพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
เราอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- พิจารณาคุณสมบัติ คัดเลือก และติดต่อเกี่ยวกับการสมัครงาน
- พิจารณาสัญญาจ้าง สิทธิประโยชน์ และการจัดการด้านทรัพยากรบุคคล
- การควบคุมการเข้า-ออกอาคารสำนักงาน และพื้นที่ควบคุม
- การอนุญาตและควบคุมการเข้าถึงแบบฟอร์มออนไลน์ และระบบงานต่าง ๆ
- ปฏิบัติการตามหน้าที่ที่กฎหมายของ สกพอ. หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้ สกพอ. ต้องปฏิบัติ
3. ฐานกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้น เราจะดำเนินการเท่าที่จำเป็นและเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งได้กำหนดหลักการและเหตุผลทางกฎหมายไว้หลายประการตามสถานการณ์ที่แตกต่างกัน โดยอนุญาตให้ สกพอ. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายนี้สามารถดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้
ทั้งนี้ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ปฏิบัติงาน ผู้สมัครงาน นักศึกษาฝึกงาน เราจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้ฐานทางกฎหมาย ดังนี้
- การจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการศึกษาวิจัยสถิติ (Scientific or Research)
- ป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Vital Interest)
- เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านได้เข้าผูกพันกับ สกพอ. หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญากับ สกพอ. (Contract)
- เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของ สกพอ. หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ สกพอ. (Public Task / Official Authority)
- เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของ สกพอ. หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (Legitimate Interests)
- เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (Legal Obligation)
- ให้ความยินยอมกับสำนักงาน (Consent)
ข้อมูลส่วนบุคคลที่ สกพอ. เก็บรวบรวมอันเนื่องมาจากความจำเป็นในการปฏิบัติสัญญา หรือการปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ นั้น หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นดังกล่าว สกพอ. อาจไม่สามารถให้บริการหรืออำนวยความสะดวกให้กับท่านได้
4. สกพอ. มีการเปิดเผยข้อมูลของท่านกับใครบ้าง
เราจะไม่เผยแพร่ จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน โอนหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ของท่านที่เราได้เก็บรวบรวมไว้ให้แก่บุคคลภายนอก เว้นแต่เป็นการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ หรือเมื่อได้รับการร้องขอหรือได้รับความยินยอมจากท่าน หรือภายใต้บางสถานการณ์ที่อาจมีความจำเป็นต้องส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานภายนอกเพื่อประมวลผลข้อมูลตามหน้าที่และความรับผิดชอบตามสัญญาหรือตามกฎหมาย ดังนี้
4.1 ภายใน สกพอ.
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจมีการเปิดเผยหรือนำส่ง ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ภายใน สกพอ. เฉพาะที่เกี่ยวข้องและมีบทบาทหน้าที่เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์เท่านั้น โดยบุคคลหรือทีมงานเหล่านี้ของ สกพอ. จะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามความจำเป็นและเหมาะสม
- เจ้าหน้าที่เฉพาะที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทหน้าที่ที่รับผิดชอบ
- ผู้บริหาร หรือผู้บังคับบัญชาโดยตรงของท่าน ที่มีความรับผิดชอบในการบริหารหรือตัดสินใจเกี่ยวกับท่าน หรือเมื่อต้องเกี่ยวข้องกับขั้นตอนทางด้านงานบุคคล
4.2 ภายนอก สกพอ.
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจมีการเปิดเผย หรือนำส่งให้หน่วยงานภายนอก สกพอ. ดังต่อไปนี้
- หน่วยงานภายนอกที่ให้บริการ หรือให้การสนับสนุนแก่กิจกรรมของ สกพอ. เช่น โรงพยาบาลคู่สัญญา บริษัทประกันภัยคู่สัญญา บริษัทประกันชีวิตคู่สัญญา และบริษัท เพย์โรล แอนด์ แพ็ค เซอร์วิส จำกัด เป็นต้น
- ธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงไทย เป็นต้น
- ส่วนราชการหรือหน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสรรพากร ศาลยุติธรรม เป็นต้น
- กรณีที่เราเชื่อโดยสุจริตและมีเหตุผลที่ดีที่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เราเห็นว่าสำคัญยิ่งกว่าการปกป้องความเป็นส่วนตัวของท่าน และไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ได้แก่
- เพื่อการสืบสวน สอบสวน และระงับเหตุอาชญากรรม การทุจริต การฉ้อโกง หรือ
- เพื่อป้องกันหรือรับมือกับภัยคุกคามตลอดจนการกระทำที่อาจสร้างความเสียหายต่อสิทธิ ทรัพย์สิน หรือความปลอดภัยของสาธารณะ รวมถึงของ สกพอ. และผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือ
- เพื่อป้องกันหรือรับมือการกระทำที่ละเมิดต่อข้อตกลงการใช้บริการของเรา หรือต่อกฎหมาย
ในกรณีที่เรามีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางกายภาพของท่าน หรือเห็นว่าเราต้องดำเนินการบางอย่างเพื่อปกป้องท่านจากภัยคุกคามหรือการกระทำใดๆ ที่อาจทำให้ท่านเสียหาย เราจะหารือกับท่าน และถ้าเป็นไปได้ เราจะขอความยินยอมจากท่านในการแจ้งสถานการณ์ที่ท่านประสบอยู่กับบุคคลอื่นที่จำเป็นต้องทราบ ก่อนการดำเนินการนั้น
หากมีกรณีดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้น เราจะมีการบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่า ข้อมูลใดที่เรามีการเปิดเผยภายใต้เหตุผลและสถานการณ์ใด เพื่อท่านสามารถทราบได้ว่า เราได้มีการดำเนินการอะไรไปเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
5. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลมีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเราให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลในการดำเนินการตามสิทธิเหล่านั้น ดังนี้
- สิทธิในการได้รับแจ้ง เราจะมีการแจ้ง “ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)” ที่มีรายละเอียดวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยที่ชัดเจน
- สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ท่านสามารถขอเพิกถอนความยินยอมที่เคยให้ สกพอ. ไว้ได้ทุกเมื่อ
- สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล ขอรับสำเนา หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้ให้ความยินยอม
- สิทธิในการแก้ไขข้อมูล ท่านสามารถขอปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้องได้ เพื่อให้ข้อมูลดังกล่าวมีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิในการขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่ระบบข้อมูลของเรารองรับการอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานอัตโนมัติ และสามารถใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ ท่านสามารถขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ รวมถึงขอให้มีการโอนถ่ายข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลอื่นโดยอัตโนมัติได้ และขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการส่งหรือโอนดังกล่าวได้
- สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูล
- สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิในการร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้ ในบางกรณีเราอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการคำขอใช้สิทธิข้างต้นได้ หากมีเหตุอันชอบธรรมด้วยกฎหมาย หรือเป็นการดำเนินการใด ๆ เพื่อวัตถุประสงค์หรือเป็นกรณีที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือเป็นกรณีที่อาจส่งผลกระทบและก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิหรือเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลหรือบุคคลอื่น หรือพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกทำให้ไม่ปรากฏชื่อหรือสิ่งบอกลักษณะอันสามารถระบุตัวท่านได้
หากท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล หรือผู้สืบสิทธิ์ทายาท หรือผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ตามกฎหมาย แล้วแต่กรณี มีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิดังกล่าว ท่านสามารถติดต่อเราได้ตามช่องทางติดต่อด้านล่าง ซึ่งเราอาจมีการบันทึกหลักฐานการขอใช้สิทธิดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานด้วย
6. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
เราตระหนักถึงความไว้วางใจของท่านที่ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญกับเรา และโดยกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ สกพอ. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรการและการจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่า ข้อมูลเหล่านั้นจะได้รับการปกป้องดูแล และพร้อมให้เจ้าของข้อมูลเข้าถึงและตรวจสอบ
ทั้งนี้ เราได้มีการดำเนินมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้นโยบายและแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Policy) ของ สกพอ. เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือมีการเข้าถึง ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต
7. การจัดเก็บและโอนข้อมูล
เรามีการจัดเก็บ ใช้และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบนระบบคลาวด์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การโอนข้อมูลดังกล่าวเพื่อจัดเก็บหรือประมวลผลในบางกรณีอาจมีความจำเป็นต้องดำเนินการข้ามพื้นที่หรือข้ามประเทศ หรือมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการให้บริการแก่ท่าน โดยเราจะมีการตรวจสอบเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าการโอนข้อมูลเป็นไปอย่างปลอดภัย และผู้รับโอนข้อมูลมีมาตรการป้องกันและคุ้มครองข้อมูลที่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด และการดำเนินการส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยังต่างประเทศที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด เว้นแต่กรณี เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดให้ สกพอ. ต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ หรือเราได้แจ้งให้ท่านทราบและได้รับความยินยอมจากท่านในกรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอ ทั้งนี้ ตามประกาศรายชื่อประเทศที่คณะกรรมการคุ้มครองส่วนบุคคลประกาศกำหนด
8. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่ข้อมูลนั้นยังมีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล และตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
8.1 กรณีที่ไม่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นพนักงาน สกพอ. จะจัดเก็บข้อมูลของท่านไว้เป็นระยะวเลา 1 ปี นับจากวันที่แจ้งผลการพิจารณา เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาตำแหน่งงานอื่นที่อาจเหมาะสมกับท่านในอนาคต และเพื่อการตรวจสอบอ้างอิง เว้นแต่ท่านจะแจ้งความประสงค์ให้ลบหรือทำลายข้อมูลของท่านก่อนครบกำหนดดังกล่าว
8.2 กรณีคณะกรรมการ ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน สกพอ. จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตลอดระยะเวลาการจ้างงานหรือระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง และจะจัดเก็บต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 10 ปีหลังสิ้นสุดการจ้างงาน หรือพ้นจากตำแหน่ง เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายและเพื่อการตรวจสอบอ้างอิงที่จำเป็น เว้นแต่ข้อมูลประวัติอาชญากรรมที่จะดำเนินการจัดเก็บเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่ได้รับข้อมูล เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบอ้างอิงทางกฎหมาย หลังจากนั้น สกพอ. จะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลดังกล่าวตามขั้นตอนของเรา
อย่างไรก็ดี เราอาจจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกินระยะเวลาที่กำหนดข้างต้น หากมีเหตุที่เราได้รับแจ้งหรือเชื่อโดยสุจริตได้ว่าอาจมีการกระทำละเมิดข้อตกลงการใช้บริการของ สกพอ. หรือมีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย หรือเกิดข้อพิพาท และจำเป็นต้องมีการสืบสวน สอบสวน ตลอดจนรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเราจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามระยะเวลาเท่าที่จำเป็นจนกว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้น หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นกำหนด
ทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เราจะดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้
9. การทบทวนและปรับปรุงประกาศ
เราอาจมีปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงประกาศนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อหาจะมีความเหมาะสม เป็นปัจจุบัน และสอดคล้องตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากเรามีการปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงประกาศนี้ เราจะแสดงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับปรับปรุงล่าสุด และจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางต่าง ๆ ตามความเหมาะสม เราขอแนะนำให้ท่านโปรดเข้ามาอ่านและตรวจสอบประกาศนี้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนที่ท่านจะส่งข้อมูลส่วนบุคคลผ่านบริการของเรา
10. ติดต่อสอบถาม
หากท่านมีข้อสงสัย หรือเสนอแนะข้อคิดเห็น ข้อติชม หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดในประกาศนี้ หรือประสงค์ที่ใช้สิทธิตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อเรา ได้ที่
ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)
- อีเมล: pdpa@eeco.or.th
- โทรศัพท์: +66 2033 8000
- สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
เลขที่ 72 อาคารโทรคมนาคม บางรัก ชั้น 25 ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)
สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ภาคีเครือข่าย
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ต่อไปนี้เรียกว่า “สกพอ.” หรือ “เรา” หรือ “ของเรา”) ตระหนักและให้ความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ภาคีเครือข่าย ที่มีการติดต่อและใช้บริการ หรือมีธุรกรรมร่วมกับ สกพอ. (“ท่าน”) โดยเราจะดูแลและบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และโดยประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวนี้ (“ประกาศ”) จะแจ้งให้ท่านทราบถึงวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และปกป้องดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ สกพอ. ได้ดำเนินการในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล เราขอแนะนำให้ท่านอ่านและทำความเข้าใจประกาศนี้ก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับเรา หากท่านมีข้อกังวล ข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกาศนี้ตลอดจนถึงประกาศและนโยบายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โปรดติดต่อเราตามช่องทางการติดต่อที่ปรากฏท้ายประกาศนี้
ประกาศความเป็นส่วนตัวนี้มีผลใช้บังคับครอบคลุมสำหรับคู่ภาคีเครือข่าย ได้แก่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลของ
คู่ภาคีเครือข่ายที่ร่วมดำเนินกิจกรรมดังต่อไปนี้กับ สกพอ.
- การลงนามทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ข้อตกลงการปฏิบัติงาน (MOA) หนังสือแสดงเจตจำนงการลงทุน (LOI) สัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA) เช่น นักลงทุนผู้ประกอบกิจการ
- การดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น ผู้รับจ้าง (Vendor)
- การชักชวนผู้ประกอบการ นักลงทุน ที่มีความสนใจลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ
- การดำเนินการขอรับการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เช่น ผู้ประกอบการ ผู้ดำเนินการวิสาหกิจชุมชน ผู้ดำเนินการวิสาหกิจเพื่อสังคม
- การดำเนินการเกี่ยวกับเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ เช่น การขอจัดตั้ง เปลี่ยนแปลง ยุบเลิก การจดทะเบียนการเช่าที่ดิน การขออนุมัติอนุญาตตามาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 และการขอรับสิทธิประโยชน์ การจ่ายค่าชดเชยกรณีมีบุคคลอื่นมีสิทธิใช้ประโยชน์ในที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมอยู่ก่อน
- การดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่และชุมชม เช่น โครงการผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบ โครงการเชื่อมโยงประโยชน์การลงทุนสู่พื้นที่ชุมชนอย่างยั่งยืน (EEC Connect) โครงการส่งเสริมคุณค่าและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความมั่นคงอาชีพและรายได้ (EEC Select) โครงการยกระดับภูมิปัญญาอาหารสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในพื้นที่อีอีซี โครงการสร้างการรับรู้ของประชาชนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของ สกพอ. โครงการโอกาสและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในเขตพื้นที่อีอีซี หรือโครงการอื่นที่ สกพอ. จะดำเนินการต่อไป
- การพัฒนาบุคลากรในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ตามโครงการการพัฒนาบุคลากร (EEC Model Type A) โครงการยกระดับทักษะพัฒนาบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (EEC Model Type B) โครงการยกระดับทักษะเพื่อเตรียมกำลังคนรองรับการลงทุน (EEC Model Type C) หรือโครงการอื่นที่ สกพอ. จะดำเนินการต่อไป เช่น ผู้ดำเนินโครงการ นักศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการ หรือพนักงานผู้เข้าร่วมโครงการ
เราจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตลอดจนสิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้
1. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ข้อมูลส่วนบุคคล คือ ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ เช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ วันเดือนปีเกิด รหัสส่วนตัว รูปภาพ หรือวีดีโอที่บันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV) เป็นต้น โดยทั่วไปเราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากการที่ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลนั้นกับเราโดยตรงผ่านระบบ หรือให้ข้อมูลผ่านอีเมล หรือช่องทางอื่น ๆ ที่กำหนดขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกท่านในการขอรับบริการ เว้นแต่บางกรณีเราอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบุคคลที่สาม โดยเราเชื่อโดยสุจริตว่าบุคคลที่สามดังกล่าวมีสิทธิเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและเปิดเผยกับเรา และเราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น และใช้ข้อมูลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นดำเนินการตามข้อกำหนดของกฎหมายที่ให้ สกพอ. ต้องจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว
ข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data) ด้วยกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้มีการกำหนดข้อมูลบางประเภทให้เป็นข้อมูลอ่อนไหว เช่น เชื้อชาติ ศาสนา พฤติกรรมทางเพศ ความคิดเห็นทางการเมือง ความพิการ ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ ข้อมูลสุขภาพ เป็นต้น และการเก็บรวบรวมจะทำได้ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึงอาจต้องได้รับความยินยอมจากท่าน ดังนั้น เราจะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลอ่อนไหวเฉพาะในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น และเราจะแจ้งให้ท่านทราบอย่างชัดแจ้งถึงเหตุผลความจำเป็น รวมถึงอาจดำเนินการขอความยินยอมจากท่านเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลอ่อนไหวดังกล่าวในบางกรณี
สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เราอาจมีการเก็บรวบรวม เมื่อท่านได้มาติดต่อ เข้าร่วมกิจกรรม หรือขอรับบริการใด ๆ ของสำนักงาน หรือกรณีสำนักงานมีการดำเนินภารกิจเกี่ยวกับงานวิจัยและสำรวจ โดยตรงผ่านการติดต่อ เข้าใช้บริการ หรือร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของสำนักงาน โดยกรอกลงในแบบฟอร์ม เอกสาร หรือ online webform หรือให้ข้อมูลผ่านอีเมล นามบัตร หรือช่องทางอื่น ๆ ที่กำหนดขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกท่านในการขอรับบริการ ดังต่อไปนี้
- ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ ชื่อกลาง นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง ภาพถ่าย เป็นต้น
- ข้อมูลการติดต่อ เช่น อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ ช่องทางติดต่อในสื่อสังคมออนไลน์ สถานที่ทำงาน เป็นต้น
- ข้อมูลเกี่ยวกับงานของท่าน เช่น อาชีพ ตำแหน่ง หน่วยงานต้นสังกัด ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ เป็นต้น
- ข้อมูลด้านเทคนิคและการใช้งานระบบ เช่น IP Address ข้อมูลการทำรายการ ข้อมูลการติดต่อและขอรับบริการระหว่างท่านกับ สกพอ. ข้อมูลที่ถูกบันทึกโดยคุกกี้ เป็นต้น
- ข้อมูลเกี่ยวกับการเงิน เช่น ข้อมูลบัญชีธนาคาร ข้อมูลเลขที่บัญชีธนาคาร เป็นต้น
- ข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ ที่ท่านให้ สกพอ. ด้วยความสมัครใจ
2. วัตถุประสงค์เพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
เราอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- จัดทำฐานข้อมูลผู้ติดต่อ ผู้ประกอบการ นักลงทุนที่มีความสนใจลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ หรือการติดต่อประสานงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ สกพอ. รวมถึงการสำรวจความเห็น เพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงการดำเนินงานตามภารกิจของ สกพอ.
- เพื่อให้การช่วยเหลือ ตอบข้อซักถาม หรือติดต่อกลับไปยังท่านเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งความคืบหน้าของการดำเนินงาน
- เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับ นักลงทุน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน เพื่อการดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาพื่นที่และชุมชน
- เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ความต้องการกำลังคนและสมรรถนะ ที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ใช้ในการบันทึกจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ การสนับสนุนให้เกิดการจ้างงาน การยกระดับบุคลากรในสถานประกอบการ ในการดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
- เพื่อจัดเก็บเป็นฐานข้อมูล และติดต่อสื่อสาร สำหรับการขอจัดตั้ง เปลี่ยนแปลง ยุบเลิก การจดทะเบียนการเช่าที่ดิน การขออนุมัติอนุญาตตามาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 และการขอรับสิทธิประโยชน์ การจ่ายค่าชดเชยกรณีมีบุคคลอื่นมีสิทธิใช้ประโยชน์ในที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมอยู่ก่อน
- เพื่อการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น อีเมลภายใน สกพอ. เว็บไซต์ของ สกพอ. Facebook Line YouTube หรือสื่อออนไลน์อื่น ๆ ของ สกพอ.
- ประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งกิจกรรมอื่น ๆ ของสำนักงานตลอดจนเชิญเข้าร่วมกิจกรรมในอนาคต (กรณีนี้จะมีการขอความยินยอม)
- เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์และจัดทำข้อมูลเชิงสถิติ โดยข้อมูลที่ได้รับจากการสำรวจจะมีการประมวลผลและแสดงผลเป็นข้อมูลในภาพรวมโดยวิธีการทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
- เพื่อการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุของ สกพอ.
- เพื่อใช้ติดต่อประสานงาน และดำเนินการการลงนามทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ข้อตกลงการปฏิบัติงาน (MOA) หนังสือแสดงเจตจำนงการลงทุน (LOI) สัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA)
3. ฐานกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้น เราจะดำเนินการเท่าที่จำเป็นและเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้กำหนดหลักการและเหตุผลทางกฎหมายไว้หลายประการตามสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งอนุญาตให้ สกพอ. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายนี้สามารถดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้
ทั้งนี้ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ภาคีเครือข่าย เราจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้ฐานทางกฎหมาย ดังนี้
- การจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการศึกษาวิจัยสถิติ
(Scientific or Research)
- ป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Vital Interest)
- เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านได้เข้าผูกพันกับ สกพอ. หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญากับ สกพอ. (Contract)
- เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของ สกพอ. หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ สกพอ. (Public Task / Official Authority)
- เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของ สกพอ. หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (Legitimate Interests)
- เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (Legal Obligation)
- ให้ความยินยอมกับสำนักงาน (Consent)
4. สกพอ. มีการเปิดเผยข้อมูลของท่านกับใครบ้าง
เราจะไม่เผยแพร่ จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน โอนหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ของท่านที่เราได้เก็บรวบรวมไว้ให้แก่บุคคลภายนอก เว้นแต่เป็นการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ หรือเมื่อได้รับการร้องขอหรือได้รับความยินยอมจากท่าน หรือภายใต้บางสถานการณ์ที่อาจมีความจำเป็นต้องส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานภายนอกเพื่อประมวลผลข้อมูลตามหน้าที่และความรับผิดชอบตามสัญญาหรือตามกฎหมาย ดังนี้
4.1 ภายใน สกพอ.
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจมีการเปิดเผยหรือนำส่ง ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ภายใน สกพอ. เฉพาะที่เกี่ยวข้องและมีบทบาทหน้าที่เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์เท่านั้น โดยบุคคลหรือทีมงานเหล่านี้ของ สกพอ. จะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามความจำเป็นและเหมาะสม ได้แก่ เจ้าหน้าที่เฉพาะที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทหน้าที่ที่รับผิดชอบ
4.2 ภายนอก สกพอ.
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจมีการเปิดเผย หรือนำส่งให้หน่วยงานภายนอก สกพอ. ดังต่อไปนี้
- เป็นการเปิดเผยข้อมูลกับหน่วยงานหรือบุคคลที่ทำงานในนามหรือทำงานให้ สกพอ. ในฐานะเป็นผู้ประมวลผลข้อมูล โดยมีการจัดทำข้อตกลงหรือสัญญาการประมวลผลข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่าหน่วยงานหรือบุคคลดังกล่าวจะมีการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเช่นเดียวกับ สกพอ.
- กรณีที่เราเชื่อโดยสุจริตและมีเหตุผลที่ดีที่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เราเห็นว่าสำคัญยิ่งกว่าการปกป้องความเป็นส่วนตัวของท่าน และไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ได้แก่
- เพื่อการสืบสวน สอบสวน และระงับเหตุอาชญากรรม การทุจริต การฉ้อโกง หรือ
- เพื่อป้องกันหรือรับมือกับภัยคุกคามตลอดจนการกระทำที่อาจสร้างความเสียหายต่อสิทธิ ทรัพย์สิน หรือความปลอดภัยของสาธารณะ รวมถึงของ สกพอ. และผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือ
- เพื่อป้องกันหรือรับมือการกระทำที่ละเมิดต่อข้อตกลงการใช้บริการของเรา หรือต่อกฎหมาย
ในกรณีที่เรามีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางกายภาพของท่าน หรือเห็นว่าเราต้องดำเนินการบางอย่างเพื่อปกป้องท่านจากภัยคุกคามหรือการกระทำใดๆ ที่อาจทำให้ท่านเสียหาย เราจะหารือกับท่าน และถ้าเป็นไปได้ เราจะขอความยินยอมจากท่านในการแจ้งสถานการณ์ที่ท่านประสบอยู่กับบุคคลอื่นที่จำเป็นต้องทราบ ก่อนการดำเนินการนั้น
หากมีกรณีดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้น เราจะมีการบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่า ข้อมูลใดที่เรามีการเปิดเผยภายใต้เหตุผลและสถานการณ์ใด เพื่อท่านสามารถทราบได้ว่า เราได้มีการดำเนินการอะไรไปเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
5. สิทธิของท่านในข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลมีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเราให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลในการดำเนินการตามสิทธิเหล่านั้น ดังนี้
- สิทธิในการได้รับแจ้ง เราจะมีการแจ้ง “ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)” ที่มีรายละเอียดวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยที่ชัดเจน
- สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ท่านสามารถขอเพิกถอนความยินยอมที่เคยให้ สกพอ. ไว้ ได้ทุกเมื่อ
- สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล ขอรับสำเนา หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้ให้ความยินยอม
- สิทธิในการแก้ไขข้อมูล ท่านสามารถขอปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้องได้ เพื่อให้ข้อมูลดังกล่าวมีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิในการขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่ระบบข้อมูลของเรารองรับการอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานอัตโนมัติ และสามารถใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ ท่านสามารถขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ รวมถึงขอให้มีการโอนถ่ายข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลอื่นโดยอัตโนมัติได้ และขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการส่งหรือโอนดังกล่าวได้
- สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูล
- สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิในการร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้ ในบางกรณีเราอาจปฏิเสธคำขอใช้สิทธิข้างต้นได้ หากมีเหตุอันชอบธรรมด้วยกฎหมาย หรือเป็นการดำเนินการใด ๆ เพื่อวัตถุประสงค์หรือเป็นกรณีที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือเป็นกรณีที่อาจส่งผลกระทบและก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิหรือเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลหรือบุคคลอื่น หรือพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกทำให้ไม่ปรากฏชื่อหรือสิ่งบอกลักษณะอันสามารถระบุตัวท่านได้
หากท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล หรือผู้สืบสิทธิ์ทายาท หรือผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ตามกฎหมาย แล้วแต่กรณี มีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิดังกล่าว ท่านสามารถติดต่อเราได้ตามช่องทางติดต่อด้านล่าง ซึ่งเราอาจมีการบันทึกหลักฐานการขอใช้สิทธิดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานด้วย
6. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
เราตระหนักถึงความไว้วางใจของท่านที่ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญกับเรา และโดยกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ สกพอ. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรการและการจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่า ข้อมูลเหล่านั้นจะได้รับการปกป้องดูแล และพร้อมให้เจ้าของข้อมูลเข้าถึงและตรวจสอบ
ทั้งนี้ เราได้มีการดำเนินมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้นโยบายและแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Policy) ของ สกพอ. เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือมีการเข้าถึง ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต
7. การจัดเก็บและโอนข้อมูล
เรามีการจัดเก็บ ใช้และประมวลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบนระบบคลาวด์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การโอนข้อมูลดังกล่าวเพื่อจัดเก็บหรือประมวลผลในบางกรณีอาจมีความจำเป็นต้องดำเนินการข้ามพื้นที่หรือข้ามประเทศ หรือมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการให้บริการแก่ท่าน โดยเราจะมีการตรวจสอบเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าการโอนข้อมูลเป็นไปอย่างปลอดภัย และผู้รับโอนข้อมูลมีมาตรการป้องกันและคุ้มครองข้อมูลที่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด และการดำเนินการส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยังต่างประเทศที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด เว้นแต่กรณี เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดให้ สกพอ. ต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ หรือเราได้แจ้งให้ท่านทราบและได้รับความยินยอมจากท่านในกรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอ ทั้งนี้ ตามประกาศรายชื่อประเทศที่คณะกรรมการคุ้มครองส่วนบุคคลประกาศกำหนด
8. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่ข้อมูลนั้นยังมีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล และตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
8.1 ข้อมูลส่วนบุคคล การลงนามทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ข้อตกลงการปฏิบัติงาน (MOA) หนังสือแสดงเจตจำนงการลงทุน (LOI) สัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง สกพอ. จะเก็บข้อมูลท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นตามระยะเวลาในสัญญา และจะเก็บต่อไปอีก 10 ปีนับถัดจากปีที่สิ้นสุดสัญญาหรือสิ้นสุดความสัมพันธ์กับท่าน
8.2 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ประกอบการ นักลงทุน ที่มีความสนใจลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการประมวลผล ในการดำเนินการการขอรับจัดสรรทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก การดำเนินการเกี่ยวกับการดำเนินการเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ การดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่และชุมชม และการพัฒนาบุคลากรในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สกพอ. จะเก็บข้อมูลท่านไว้ตลอดระยะเวลาที่ท่านยังคงความสัมพันธ์ตามภารกิจของ สกพอ. หรือจนกว่าจะสิ้นสุดความจำเป็นต่อการปฏิบัติภารกิจตามที่กฎหมายให้อำนาจ
อย่างไรก็ดี เราอาจจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกินระยะเวลาที่กำหนดข้างต้น หากมีเหตุที่เราได้รับแจ้งหรือเชื่อโดยสุจริตได้ว่าอาจมีการกระทำละเมิดข้อตกลงการใช้บริการของ สกพอ. หรือมีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย หรือเกิดข้อพิพาท และจำเป็นต้องมีการสืบสวน สอบสวน ตลอดจนรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเราจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามระยะเวลาเท่าที่จำเป็นจนกว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้น หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นกำหนด
ทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เราจะดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้
9. การทบทวนและปรับปรุงประกาศ
เราอาจมีปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงประกาศนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อหาจะมีความเหมาะสม เป็นปัจจุบัน และสอดคล้องตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากเรามีการปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงประกาศนี้ เราจะแสดงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับปรับปรุงล่าสุด และจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางต่างๆ ตามความเหมาะสม เราขอแนะนำให้ท่านโปรดเข้ามาอ่านและตรวจสอบประกาศนี้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนที่ท่านจะส่งข้อมูลส่วนบุคคลผ่านบริการของเรา
10. ติดต่อสอบถาม
หากท่านมีข้อสงสัย หรือเสนอแนะข้อคิดเห็น ข้อติชม หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดในประกาศนี้ หรือประสงค์ที่ใช้สิทธิตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อเรา ได้ที่
ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)
- อีเมล: pdpa@eeco.or.th
- โทรศัพท์: +66 2033 8000
- สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เลขที่ 72 อาคารโทรคมนาคม
บางรัก ชั้น 25 ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)
สำหรับบุคคลภายนอก
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ต่อไปนี้เรียกว่า “สกพอ.” หรือ “เรา” หรือ “ของเรา”) ตระหนักและให้ความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอก (“ท่าน”) โดยเราจะดูแลและบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และโดยประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวนี้ (“ประกาศ”) จะแจ้งให้ท่านทราบถึงวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และปกป้องดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ สกพอ. ได้ดำเนินการในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล เราขอแนะนำให้ท่านอ่านและทำความเข้าใจประกาศนี้ก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับเรา หากท่านมีข้อกังวล ข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกาศนี้ตลอดจนถึงประกาศและนโยบายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โปรดติดต่อเราตามช่องทางการติดต่อที่ปรากฏท้ายประกาศนี้
ประกาศความเป็นส่วนตัวนี้มีผลใช้บังคับครอบคลุมเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นบุคคลภายนอกดังต่อไปนี้
- ผู้ร่วมงานสัมมนา งานประชุม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเชิญชวนนักลงทุน และกิจกรรมอื่นๆ ของ สกพอ.
- ผู้มาติดต่อ ผู้มาเยี่ยมชม ผู้ขอเข้าอาคาร สถานที่ปฏิบัติงาน หรือพื้นที่สำนักงานของ สกพอ.
- ผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ของ สกพอ.
- ผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนต่อ สกพอ.
เราจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตลอดจนสิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้
1. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ข้อมูลส่วนบุคคล คือ ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ เช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขโ โทรศัพท์ วันเดือนปีเกิด รหัสส่วนตัว รูปภาพ หรือวีดีโอที่บันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV) เป็นต้น โดยทั่วไปเราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากการที่ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลนั้นกับเราโดยตรงผ่านการติดต่อ และใช้บริการ หรือเข้าร่วมงานต่างๆ ของ สกพอ. โดยกรอกลงในแบบฟอร์ม เอกสาร หรือ online webform หรือให้ข้อมูลผ่านอีเมล ผ่านอุปกรณ์กล้องวงจรปิด (CCTV) หรือช่องทางอื่นๆ ที่กำหนดขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกท่านในการขอรับบริการ เว้นแต่บางกรณีเราอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบุคคลที่สาม โดยเราเชื่อโดยสุจริตว่าบุคคลที่สามดังกล่าวมีสิทธิเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและเปิดเผยกับเรา และเราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น และใช้ข้อมูลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นดำเนินการตามข้อกำหนดของกฎหมายที่ให้ สกพอ. ต้องจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว
ข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data) ด้วยกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้มีการกำหนดข้อมูลบางประเภทให้เป็นข้อมูลอ่อนไหว เช่น เชื้อชาติ ศาสนา พฤติกรรมทางเพศ ความคิดเห็นทางการเมือง ความพิการ ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ ข้อมูลสุขภาพ เป็นต้น และการเก็บรวบรวมจะทำได้ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึงอาจต้องได้รับความยินยอมจากท่าน ดังนั้น เราจะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลอ่อนไหวเฉพาะในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น และเราจะแจ้งให้ท่านทราบอย่างชัดแจ้งถึงเหตุผลความจำเป็น รวมถึงอาจดำเนินการขอความยินยอมจากท่านเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลอ่อนไหวดังกล่าวในบางกรณี
สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เราอาจมีการเก็บรวบรวม จากการติดต่อตามกระบวนการ มีดังต่อไปนี้ โดยแต่ละบริการอาจมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่แตกต่างกันตามความจำเป็นในการให้บริการแต่ละกรณี
- ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ ชื่อกลาง นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง ภาพถ่าย เป็นต้น
- ข้อมูลการติดต่อ เช่น อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ ช่องทางติดต่อในสื่อสังคมออนไลน์ สถานที่ทำงาน เป็นต้น
- ข้อมูลเกี่ยวกับงานของท่าน เช่น อาชีพ ตำแหน่ง หน่วยงานต้นสังกัด ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ เป็นต้น
- ข้อมูลประวัติ เช่น อายุ เพศ วันเดือนปีเกิด สถานะการสมรส สัญชาติ ความสนใจกิจกรรมที่ สกพอ. จัดขึ้น เป็นต้น
- ข้อมูลด้าน IT เช่น IP Address บัญชี (User ID) ข้อมูลการทำรายการบนระบบออนไลน์ ประวัติการใช้งานเครือข่าย เวลาที่สืบค้นข้อมูล ประวัติการชมเว็บไซต์ ข้อมูลที่ถูกบันทึกโดยคุกกี้ เป็นต้น
- ข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ที่ท่านให้ สกพอ. ด้วยความสมัครใจ
2. วัตถุประสงค์เพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
เราอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- ตรวจสอบการลงทะเบียนเข้าร่วมงาน เข้าร่วมกิจกรรมที่สำนักงานได้จัดขึ้น การจัดทำทะเบียนและประวัติการร่วมกิจกรรมของผู้เข้าร่วมงาน การดำเนินกิจกรรม เพื่อยืนยันตัวตนเข้าร่วมงาน ติดต่อประสานงาน แจ้งรายละเอียดการเข้าร่วมงานอบรม งานสัมนา การศึกษาดูงาน กิจกรรมดึงดูดนักลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ (road show) หรือกิจกรรมอื่น ๆ และด้านความปลอดภัย
- ให้การช่วยเหลือ ตอบข้อซักถาม หรือติดต่อกลับไปยังท่านเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งความคืบหน้าของการดำเนินงาน
- วิเคราะห์และจัดทำข้อมูลเชิงสถิติ โดยข้อมูลบางส่วน เช่น ข้อมูลหน่วยงาน เป็นต้น อาจถูกประมวลผลและแสดงผลเป็นข้อมูลในภาพรวมโดยวิธีการทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
- นำส่งข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก ให้สำนักงาน ป.ป.ช. ในการประเมิน External Integrity and Transparency Assessment (EIT)
- สำหรับเก็บประวัติ และตรวจสอบการใช้งานในเว็บไซต์
- ประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งกิจกรรมอื่น ๆ ของสำนักงานตลอดจนเชิญเข้าร่วมกิจกรรมในอนาคต (กรณีนี้จะมีการขอความยินยอม)
- สกพอ. อาจมีการบันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวและหรือเสียง หรือการถ่ายทอดสด เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์การจัดงานอบรม งานสัมนา การศึกษาดูงาน กิจกรรมดึงดูดนักลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ (roadshow) หรือกิจกรรมอื่น ๆ โดย สกพอ. อาจมีการเผยแพร่ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหวและหรือเสียง หรือการถ่ายทอดสดดังกล่าว ผ่านช่องทางการประชาสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอก สกพอ. เช่น ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ หรือเว็บไซต์ของ สกพอ. เป็นต้น
3. ฐานกฎหมายในการเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้น เราจะดำเนินการเท่าที่จำเป็นและเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งได้กำหนดหลักการและเหตุผลทางกฎหมายไว้หลายประการตามสถานการณ์ที่แตกต่างกัน โดยอนุญาตให้ สกพอ. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายนี้สามารถดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้
ทั้งนี้ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอก เราจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้ฐานทางกฎหมาย ดังนี้
- การจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการศึกษาวิจัยสถิติ (Scientific or Research)
- ป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Vital Interest)
- เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านได้เข้าผูกพันกับ สกพอ. หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญากับ สกพอ. (Contract)
- เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของ สกพอ. หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ สกพอ. (Public Task / Official Authority)
- เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของ สกพอ. หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (Legitimate Interests)
- เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (Legal Obligation)
- ให้ความยินยอมกับสำนักงาน (Consent)
4. สกพอ. มีการเปิดเผยข้อมูลของท่านกับใครบ้าง
เราจะไม่เผยแพร่ จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน โอนหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ของท่านที่เราได้เก็บรวบรวมไว้ให้แก่บุคคลภายนอก เว้นแต่เป็นการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ หรือเมื่อได้รับการร้องขอหรือได้รับความยินยอมจากท่าน หรือภายใต้บางสถานการณ์ที่อาจมีความจำเป็นต้องส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานภายนอกเพื่อประมวลผลข้อมูลตามหน้าที่และความรับผิดชอบตามสัญญาหรือตามกฎหมาย ดังนี้
4.1 ภายใน สกพอ.
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจมีการเปิดเผยหรือนำส่ง ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ภายใน สกพอ. เฉพาะที่เกี่ยวข้องและมีบทบาทหน้าที่เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์เท่านั้น โดยบุคคลหรือทีมงานเหล่านี้ของ สกพอ. จะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามความจำเป็นและเหมาะสม ได้แก่ เจ้าหน้าที่เฉพาะที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทหน้าที่ที่รับผิดชอบ
4.2 ภายนอก สกพอ.
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจมีการเปิดเผย หรือนำส่งให้หน่วยงานภายนอก สกพอ. ดังต่อไปนี้
- สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
- หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล เป็นต้น
- กรณีที่เราเชื่อโดยสุจริตและมีเหตุผลที่ดีที่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เราเห็นว่าสำคัญยิ่งกว่าการปกป้องความเป็นส่วนตัวของท่าน และไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ได้แก่
- เพื่อการสืบสวน สอบสวน และระงับเหตุอาชญากรรม การทุจริต การฉ้อโกง หรือ
- เพื่อป้องกันหรือรับมือกับภัยคุกคามตลอดจนการกระทำที่อาจสร้างความเสียหายต่อสิทธิ ทรัพย์สิน หรือความปลอดภัยของสาธารณะ รวมถึงของ สกพอ. และผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือ
- เพื่อป้องกันหรือรับมือการกระทำที่ละเมิดต่อข้อตกลงการใช้บริการของเรา หรือต่อกฎหมาย
ในกรณีที่เรามีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางกายภาพของท่าน หรือเห็นว่าเราต้องดำเนินการบางอย่างเพื่อปกป้องท่านจากภัยคุกคามหรือการกระทำใดๆ ที่อาจทำให้ท่านเสียหาย เราจะหารือกับท่าน และถ้าเป็นไปได้ เราจะขออนุญาตท่านในการแจ้งสถานการณ์ที่ท่านประสบอยู่กับบุคคลอื่นที่จำเป็นต้องทราบ ก่อนการดำเนินการนั้น
หากมีกรณีดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้น เราจะมีการบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่า ข้อมูลใดที่เรามีการเปิดเผยภายใต้เหตุผลและสถานการณ์ใด เพื่อท่านสามารถทราบได้ว่า เราได้มีการดำเนินการอะไรไปเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
5. สิทธิของท่านในข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลมีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเราให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลในการดำเนินการตามสิทธิเหล่านั้น ดังนี้
- สิทธิในการได้รับแจ้ง เราจะมีการแจ้ง “ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)” ที่มีรายละเอียดวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยที่ชัดเจน
- สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ท่านสามารถขอเพิกถอนความยินยอมที่เคยให้ สกพอ. ไว้ ได้ทุกเมื่อ
- สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล ขอรับสำเนา หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้ให้ความยินยอม
- สิทธิในการแก้ไขข้อมูล ท่านสามารถขอปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้องได้ เพื่อให้ข้อมูลดังกล่าวมีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิในการขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่ระบบข้อมูลของเรารองรับการอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานอัตโนมัติ และสามารถใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ ท่านสามารถขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ รวมถึงขอให้มีการโอนถ่ายข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลอื่นโดยอัตโนมัติได้ และขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการส่งหรือโอนดังกล่าวได้
- สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูล
- สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิในการร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้ ในบางกรณีเราอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการคำขอใช้สิทธิข้างต้นได้ หากมีเหตุอันชอบธรรมด้วยกฎหมาย หรือเป็นการดำเนินการใด ๆ เพื่อวัตถุประสงค์หรือเป็นกรณีที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือเป็นกรณีที่อาจส่งผลกระทบและก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิหรือเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลหรือบุคคลอื่น หรือพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกทำให้ไม่ปรากฏชื่อหรือสิ่งบอกลักษณะอันสามารถระบุตัวท่านได้
หากท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล หรือผู้สืบสิทธิ์ทายาท หรือผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ตามกฎหมาย แล้วแต่กรณี มีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิดังกล่าว ท่านสามารถติดต่อเราได้ตามช่องทางติดต่อด้านล่าง ซึ่งเราอาจมีการบันทึกหลักฐานการขอใช้สิทธิดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานด้วย
6. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
เราตระหนักถึงความไว้วางใจของท่านที่ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญกับเรา และโดยกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ สกพอ. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรการและการจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่า ข้อมูลเหล่านั้นจะได้รับการปกป้องดูแล และพร้อมให้เจ้าของข้อมูลเข้าถึงและตรวจสอบ
ทั้งนี้ เราได้มีการดำเนินมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้นโยบายและแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Policy) ของ สกพอ. เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือมีการเข้าถึง ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต
7. การจัดเก็บและโอนข้อมูล
เรามีการจัดเก็บ ใช้และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบนระบบคลาวด์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การโอนข้อมูลดังกล่าวเพื่อจัดเก็บหรือประมวลผลในบางกรณีอาจมีความจำเป็นต้องดำเนินการข้ามพื้นที่หรือข้ามประเทศ หรือมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการให้บริการแก่ท่าน โดยเราจะมีการตรวจสอบเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าการโอนข้อมูลเป็นไปอย่างปลอดภัย และผู้รับโอนข้อมูลมีมาตรการป้องกันและคุ้มครองข้อมูลที่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด และการดำเนินการส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยังต่างประเทศที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด เว้นแต่กรณี เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดให้ สกพอ. ต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ หรือเราได้แจ้งให้ท่านทราบและได้รับความยินยอมจากท่านในกรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอ ทั้งนี้ ตามประกาศรายชื่อประเทศที่คณะกรรมการคุ้มครองส่วนบุคคลประกาศกำหนด
8. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่ข้อมูลนั้นยังมีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล และตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
- ข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิด ระยะเวลาการจัดเก็บ 90 วัน
- ข้อมูลส่วนบุคคลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ ระยะเวลาการจัดเก็บ 1 ปี
- ข้อมูล Log ทางอิเล็กทรอนิกส์ ระยะเวลาการจัดเก็บ 90 วัน
- ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการร่วมกิจกรรม ข้อมูลการประชาสัมพันธ์ หรือข้อมูลการร่วมกิจกรรม อาจมีการจัดเก็บจนกว่าจะสิ้นสุดภารกิจของสำนักงานตามกฎหมาย
- งานต่าง ๆ ที่จำเป็นเกี่ยวกับด้านกฎหมาย บัญชี และการติดตามตรวจสอบต่าง ๆ โดยมีระยะเวลา 10 ปี
- ข้อมูลการเข้าร่วมประชุมของสำนักงาน มีระยะเวลาการจัดเก็บ 10 ปีนับแต่การประชุมในแต่ละครั้งสิ้นสุดลง
อย่างไรก็ดี เราอาจจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกินระยะเวลาที่กำหนดข้างต้น หากมีเหตุที่เราได้รับแจ้งหรือเชื่อโดยสุจริตได้ว่าอาจมีการกระทำละเมิดข้อตกลงการใช้บริการของ สกพอ. หรือมีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย หรือเกิดข้อพิพาท และจำเป็นต้องมีการสืบสวน สอบสวน ตลอดจนรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเราจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามระยะเวลาเท่าที่จำเป็นจนกว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้น หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นกำหนด
ทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เราจะดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้
9. การทบทวนและปรับปรุงประกาศ
เราอาจมีปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงประกาศนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อหาจะมีความเหมาะสม เป็นปัจจุบัน และสอดคล้องตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากเรามีการปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงประกาศนี้ เราจะแสดงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับปรับปรุงล่าสุด และจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางต่าง ๆ ตามความเหมาะสม เราขอแนะนำให้ท่านโปรดเข้ามาอ่านและตรวจสอบประกาศนี้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนที่ท่านจะส่งข้อมูลส่วนบุคคลผ่านบริการของเรา
10. ติดต่อสอบถาม
หากท่านมีข้อสงสัย หรือเสนอแนะข้อคิดเห็น ข้อติชม หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดในประกาศนี้ หรือประสงค์ที่ใช้สิทธิตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อเรา ได้ที่
ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)
- อีเมล: pdpa@eeco.or.th
- โทรศัพท์: +66 2033 8000
- สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
เลขที่ 72 อาคารโทรคมนาคม บางรัก ชั้น 25 ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500